ช่วงนี้กระแสหุ้น EV แรงมาก นำโดย TSLA และผองเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น BYD, Nio, หรือ EV ประเภทเล็กๆอย่าง Solo, AYRP ใครมีหุ้นก็ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

มาดู 25 อันดับของบริษัทผลิตรถยนต์ จะเห็นว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการให้น้ำหนักของ EV นั้น มีอันดับที่ดีขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

แต่มีมุมนึงอยากจะสะกิดให้เห็น คือ “Marketcap/Sale” เทียบกับ Growth Sale
หรือถ้าจะใช้ Enterprise Value ก็จะใช้สูตรนี้

EnterPrise Value = Marketcap + Debt – Cash

ใครยังไม่เข้าใจว่าอัตราส่วนนี้น่าสนใจยังไง ผมเคยเขียนไว้ ตอนปี 2017 ลองอ่านดูครับ
http://shaen.net/021-market-cap-to-sale/

ผู้เขียนอ้างอิงข้อมูลยอดขายจากแหล่งเดียวกันก่อน โดยอ้างจาก Seeking Alpha

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
เปรียบเทียบ Marketcap/Sale

ถ้าดูที่ยอดขาย ณ สิ้นปีนี้ 2020
Tsla รายได้ 27.48 B Mkcap 286 B
BYD รายได้ 19.63 B Mkcap 32 B
NIO รายได้ 1.9 B Mkcap 17.74 B

แต่เมื่อไปในการคาดการณ์อนาคต คาดการณ์กันว่าแต่ละบริษัทจะมีการเติบโตที่แตกต่างกัน โดยมีลำดับการเติบโตดังนี้ Nio 56.84% Tesla 40.98% BYD 13.96% นั่นจะทำให้ Mkcap/Sale ในปี 2021 ที่ดูแพง จะดูต่ำลง

รายได้ ไม่หนีกันมาก ถ้ามองเฉพาะปีนี้
แต่ Mkcap ต่างกัน 8.93 เท่า!!

แต่ก็พอเข้าใจ ถ้ามองไปในอนาคตทั้งในแง่ ความล้ำหน้าของระบบขับอัตโนมัติที่ใกล้จะปล่อยออกมาแล้ว ว่า Tesla มี Tech Gap จริงๆ

แต่ถ้ามองในแง่ของ “มูลค่าสัมพัทธ์” (Relative Value) บริษัทระดับเบอร์ต้นๆของจีน ก็ไม่น่าจะมูลค่าห่างได้ขนาดนี้ หรือ Ratio ตรงนี้มันต่ำไปมาก เมื่อเทียบกับทั้ง Tsla และ Nio

หลายคนอาจจะมองว่า ปู่จะพลาดทั้งตอนซื้อ ทั้งตอนขาย สายการบิน แต่หลายคนอาจจะลืมไปว่า ปู่ไม่ตกรถ EV นะ Berkshire ของปู่ ถือ BYD 24.6% มาตั้งแต่ปี 2008 ถือว่าวิสัยทัศน์แกใน 10 ปีที่แล้วเกี่ยวกับเรื่อง Battery ไม่ธรรมดามากๆ

70. Mkcap/Sale ในมุม EV

ใส่ความเห็น