เมื่อโลกแข่งขันกันด้วยสงครามการค้า วิธีการนึงที่ประเทศผู้นำเลือกใช้กันคือ ทำให้ค่าเงินประเทศตัวเองอ่อน เพื่อทำให้สินค้าของตัว(เองดูเหมือนจะ)ถูกลง

อย่างล่าสุดที่จีนประกาศลดค่าเงินตัวเองเพื่อตอบโต้สหรัฐ ลงทันที 7 หยวน

บางประเทศที่เงินสกุลตัวเองอ่อนค่าอย่างรุนแรง เนื่องจากปัญหาประชานิยมเกินตัวจนเกปิดปัญหาอย่างอาร์เจนตินา มูลค่าเงินก็ลดลงมาโดยตลอด

ทองคำจึงเป็นทางเลือกในการรักษามูลค่า ที่ทุกฝ่ายหันมาสนใจ เพราะเล็งเห็นแล้วว่า สงครามการค้าไม่น่าจะจบลงง่าย โดยเฉพาะถ้า Trump ยังเป็นผู้นำต่อ

หน้าที่ของทองคำ

อธิบายสั้นๆ เพื่อให้เห็นภาพตรงกัน ตั้งแต่สมัยก่อนตัดตอนมาที่ช่วงนึง สังคมยอมรับให้ทองคำใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนแทนสินค้าที่เน่าเปื่อย มีปริมาณมาก มีขนาดใหญ่มากๆ เกินกว่าที่จะขนกันมาได้ แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องการพกติดตัว เป็นอันตรายในการเดินทาง ทำให้เริ่มมีการใช้สัญญากระดาษที่ออกโดยเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของแทน ทำให้เบิกถอนได้สะดวก

เมื่อได้รับความนิยม+ความโลภ ทำให้มีการพิมพ์สัญญาออกมามากว่าทองคำที่มีอยู่จริงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวเลขมูลค่าเงินที่หมุนเวียน 34.4 Trillion แต่ทองที่หนุนหลังมีแค่ 7.8 Trillion

054. Marketcap & Wealth


อย่างที่ทราบกันว่า ตอนหลังสหรัฐพิมพ์เงินโดยไม่ได้มีทองมาค้ำประกันตามสัดส่วนที่มีอยู่ ทำให้ปริมาณเงินเพิ่มมูลขึ้น และเมื่อมองที่สมการ มูลค่าที่ถืออยู่ย่อมลดลดลง


จำนวน x มูลค่าต่อหน่วย =

ซื้อทองคำจริงก็ดี แต่..

  1. ต้องออกไปซื้อที่ร้าน บางช่วงที่คึกคัก นี่ต้องเสียเวลาต่อคิว เบียดเสียดคนเยอะ
  2. ต้องซื้อขั้นต่ำให้เต็มบาท เต็มแท่ง ซึ้งใช้เงินค่อนข้างเยอะ(สำหรับบางคน)
  3. แถมมีค่ากำเหน็จ ค่าบล๊อกเพิ่มเติมเข้ามาอีก
  4. ลำบากหาที่เก็บ ต้องไปซื้อ/เช่าตู้เซฟอีก เป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อม
  5. หากเกิดเหตุไม่คาดคิด