what drugs interact with ivermectin farmacia benavides ivermectina ivermectina serve para caspa merck stromectol covid dosagem ivermectina para ces can ivermectin cure scabies ivermectina vitamedic bula anvisa para qué es la ivermectina tabletas

อย่างที่เรารู้กันว่า จีนเป็นประเทศที่เลือกพัฒนาเทคโนโลยีภายในประเทศตัวเองขึ้นมาใช้เอง แทนที่จะปล่อยให้ยักษ์ใหญ่ของโลกเข้ามาให้บริการคนของประเทศตัวเอง

จะมองว่าปิดกั้น จะมองว่า ผูกขาด หรือส่งเสริมชาติเดียวกัน ป้องกันต่างชาติมารุกราน ก็มองได้ทั้งนั้น แต่นับว่าเป็นคูเมืองทางกลยุทธ์ ที่กว้าง ลึก เรียกว่าปิดตายสำหรับข้าศึกนอกกำแพงเลยจะชัดกว่า

บริษัทเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ เมื่อเติบโตได้ระดับนึงจนไปทำให้ยักษ์ใหญ่เริ่มสังเกตเห็น ก็จะมีทางเลือกว่าจะเข้าไปอยู่กับพี่ใหญ่คนไหน ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, Tencent หรือ Ant (ที่มีสายสัมพันธ์จาก Alibaba เพราะคุมโดยเฮีย Jack Ma นั่นเองโดยที่ Alibana ยังถือสัดส่วนหุ้นของ Ant 37.5%)

เพราะลำพังสู้ไปคนเดียว มีความเสี่ยงที่จะถูกเจ้าใหญ่เลือกที่ สร้าง Platform ขึ้นมาแข่ง แล้วอาจถูกบดขยี้ ตายเอาง่ายๆ เพราะในช่วงเริ่มต้น เกมจะเป็นไปในแง่ของการแข่งกันลดราคาเพื่อสร้างฐานผู้ใช้บริษัทเทคโนโลยีในจีน เมื่อสืบค้นลำดับญาติจึงค้นพบว่า มักมีผู้ยิ่งใหญ่อยู่เบื้องหลังแทบทั้งนั้นดังภาพนี้

มีข้อสังเกตคือ จะมี “Didi Chuxing” ที่เป็นบริการคล้ายกับ Uber,Grab ที่มีเจ้าของร่วมกันทั้ง 3 เจ้า โดยสถานการณ์ล่าสุดหลังเกิดโรคระบาด มียอดการเรียกใช้บริการ 30 ล้านครั้ง/วัน โดยแบ่งเป็น Bike-Sharing 10 ล้านครั้ง

นอกจากจีนแล้ว Didi ยังมีบริการที่ประเทศ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแถบละตินอเมริกาด้วย แต่การฟื้นตัวในประเทศดังกล่าวยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับจีน

ZhongAn Insurance นอกจากจะมีเจ้าของร่วมกันคือ Tencent,Alibaba แล้วยังมี Ping An ร่วมด้วยตั้งแต่ปี 2013 โดนเป็นประกันออนไลน์แห่งแรกของจีน โดยล่าสุดมีประกันคุ้มครองกว่า 630 ล้านฉบับ คุ้มครอง 150 ล้านคน

โดยประกันที่ขายดีที่สุดคือ กรมธรรม์ที่ออกค่าใช้จ่ายสำหรับส่งของคืนกลับผู้ขายใน Alibaba กับ Taobao ซึ่งปกติลูกค้าจะเป็นคนจ่าย

Hello TransTech (Bike-Rental)

อีกตัวที่มีพี่ใหญ่ร่วมกันคือ “Hello TransTech” ที่ทำ Sharing Economy จักรยานให้คนใช้ร่วมกัน โดยมี Alibaba กับ Ant ถือหุ้นร่วมกัน

ข้อดี ข้อเสีย การอยู่กับพี่ใหญ่

การเลือกที่จะอยู่กับพี่ใหญ่ แก้ปัญหาไปได้ 2 ข้อ คือเรื่องเงินทุน และเรื่องคู่แข่งยักษ์ใหญ่ แต่ก็แลกกับการสูญเสียความเป็นเจ้าของไป

ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ เหมือนได้ไปกระโดดบนสปริงบอร์ดเพราะ พี่ใหญ่มีฐานคนใช้เดิมอยู่แล้ว การที่จะโยนลูกค้าใหม่ข้ามมาให้ใช้จึงเป็นทางที่ทำให้โตได้อย่างรวดเร็ว

แต่ก็มีบางเจ้าที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ 2 อาณาจักรนี้ ที่รู้จักกันดี ก็เจ้าของอารยธรรม Xiaomi และ Huawei ซึ่งเป็น 2 ผู้นำที่มีสินค้าไปขายนอกจีน และยึดหัวหาดในหลายประเทศ จนโดนสะกัดดาวรุ่งอย่างที่รู้กัน สำหรับกรณี 5G และการตัด GMS (Google Mobile Service) ของหัวเหว่ย

ถ้ามองว่า อเมริกา เห็นแล้วว่าถ้าปล่อยไปง่ายๆ แย่แน่ในระยะยาว แล้วก็อ้างนู้นนี้ ชวนชาวบ้านให้ไม่ใช้ด้วย แบบนี้อเมริกาปิดกั้นมั้ย ก็น่าคิด

เจ้าแห่งการสั่งของผ่านมือถืออย่าง Meituan Dianping ก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้ และแข็งแกร่งซะด้วย (แต่ก็ไม่รู้ว่า ลึกๆมีคนของรัฐบาลเข้ามาอิทธิพล หรืออาจจะขอความร่วมมืออยู่อย่างห่างๆแต่ใกล้ชิดหรือเปล่า)

เลยคิดเอาว่า มันถึงยุคที่เปิดแต่ปิด ปิดแต่เปิด แล้วแต่บ้านใคร สนามใคร หรือตอนนั้น คิดว่าสู้ได้หรือไม่ได้ มีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันมั้ย เป็นสถานะชั่วคราวที่ถาวร

เขียนและเรียบเรียงโดย Shaen.net “มองกรรไกร”
ปล อาจเขียนบ.ลูกที่น่าสนใจในตอนต่อๆไปครับขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ครับ ^^


068.”อาณาจักรเทคจีน”

ใส่ความเห็น